กรมการขนส่งทางบก เดินหน้าต่อเนื่อง

ย้ำ!!! ต้องมีมาตรการด้านสาธารณสุข ป้องกันโควิด-19 ห้ามเอาเปรียบผู้โดยสารนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ) ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ดำเนินมาตรการเข้มงวดป้องกันการแพร่ระบาดของโรคในระบบขนส่งสาธารณะอย่างต่อเนื่องกรมการขนส่งทางบกจึงกำชับไปยังผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ให้บริการขนส่งด้วยรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท รวมถึงผู้ให้บริการสถานีขนส่งผู้โดยสารทุกแห่ง ดำเนินการตามนโยบายและมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมอย่างเคร่งครัด โดยให้สำนักงานขนส่งทุกแห่งจัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง วันนี้ (23 สิงหาคม 2563) สำนักงานขนส่งจังหวัด เช่น อุดรธานี เลย ระยอง ชุมพร อำนาจเจริญ พระนครศรีอยุธยา ปราจีนบุรี ราชบุรี ลำพูน เพชรบูรณ์ อุทัยธานี กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ศรีสะเกษ กาญจนบุรี ชัยภูมิ อุบลราชธานี สุรินทร์ จันทบุรี อุตรดิตถ์ นครสวรรค์ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ฉะเชิงเทรา ลำปาง ขอนแก่น นราธิวาส พิษณุโลก พะเยา สงขลา มหาสารคาม ดำเนินการตรวจสอบรถโดยสารสาธารณะทุกประเภททั้งที่สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดตรวจคัดกรองในพื้นที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง กำชับผู้ประกอบการขนส่งต้องมีมาตรการทางด้านสาธารณสุขและปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวอย่างเคร่งครัด อาทิ การตรวจวัดอุณหภูมิของพนักงานขับรถและผู้โดยสารไม่ให้เกิน 37.5 องศาเซลเซียส แนะนำให้ผู้โดยสารสวมหน้ากากอนามัยและหน้ากากผ้าอย่างเคร่งครัด และจัดเตรียมเจลแอลกอฮอล์ล้างมือสำหรับผู้โดยสารทั้งภายในรถโดยสารและที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร พร้อมกำชับให้ใช้แพลตฟอร์มไทยชนะมาช่วยในการป้องกันและควบคุมโรคด้วย โดยให้ผู้ประกอบการขนส่งลงทะเบียนเข้าใช้แอปพลิเคชันไทยชนะหรือแพลตฟอร์มไทยชนะและจัดพิมพ์ QR Code เพื่อให้ผู้โดยสารลงทะเบียนเช็คอิน-เช็คเอาท์ ทุกครั้งที่ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ และเข้าใช้บริการที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร โดยให้รับผู้โดยสารได้ไม่เกินจำนวนที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตประกอบการขนส่งของรถโดยสารแต่ละประเภท ทั้งนี้ หากพบรถโดยสารสาธารณะไม่มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชน สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1584ในส่วนของ การให้บริการที่สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ ให้ดำเนินการภายใต้รูปแบบดำเนินการแบบ New Normal ตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก ลดขั้นตอนที่สำนักงาน ประชาสัมพันธ์ให้ใช้บริการชำระภาษีรถประจำปีผ่านช่องทางออนไลน์ ที่ https://eservice.dlt.go.th หรือแอปพลิเคชัน DLT Vehicle Tax ส่วนรถที่ไม่สามารถใช้บริการชำระภาษีประจำปีผ่านช่องทางออนไลน์ แนะนำใช้บริการเลื่อนล้อต่อภาษี (Drive Thru for Tax) ชำระภาษีได้โดยไม่ต้องลงจากรถ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกจังหวัด เปิดให้บริการจองคิวดำเนินการล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue เพื่อบริหาร และจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการในแต่ช่วงเวลาให้มีเหมาะสมและปลอดภัย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *